kkj logo อาหารญี่ปุ่น |

จะขอกิน จนสิ้นชีพ
Site Search: 

Archive for the 'อาหารญี่ปุ่น' Category

     หายไปนานจากการที่ไม่สามารถอัพโหลดรูปได้ จริงๆตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่อะครับ อัพบางรูป4-5ทีแน่ะ แต่ก็พยายามจนสำเร็จ ตอนนี้ยังไม่ได้อัพเกรด เวอชั่นของwordpressเลย ทำไม่เป็น แหะๆ

     มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า บังเอิญผมไปเห็นโฆษณาร้านราเมนร้านใหม่เข้า และเห็นว่าใกล้บ้านก็เลยเสร็จโจร ร้านราเมนที่ว่าคือ บาซารากะ ราเมน ครับ ผมไปนสาขาอาคารวรรณสรณ์ หรือ ตึกของ เคมี อ.อุ๊นะครับ เดินทางสะดวกโดยลงรถไฟฟ้าสถานีพญาไท แล้วเดินข้ามถนนครับ บาซารากะ ราเมน อยู่ชั้นล่างข้างๆร้าน ยำแซ่บ ครับ

     ผมถูกใจป้ายหน้าร้าน บาซารากะ มากเลยครับ สีสันสดใสเตะตามากๆ ในร้านตกแต่งตามแบบญี่ปุ่นครับ ได้บรรยากาศร้านราเมนดีมากเลย ผมไปถึงตอนเที่ยงวันธรรมดา คนไม่เยอะเท่าไหร่ครับ

     ผมสั่งไปสามอย่างมีชาชูเมน หมูย่างบาซารากะ และ ไข่ต้ม น้ำซุปของ บาซารากะ จะเป็นแบบทงคตสึ หรือ น้ำข้นต้มกระดูกหมู แบบที่ผมชอบพอดี ข้อดีของที่นี่คือ น้ำซุปไม่มัน เท่าของ ยามาโกยะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจืดชืดนะครับ ต้องเรียกว่าเป็นแบบ ไลท์ มากกว่า สรุปคือน้ำซุปอร่อยและซดคล่องคอดีครับ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบซุปมันๆ ชาชู ก็นุ่มและอร่อยครับ แทบไม่ต้องเคี้ยวเลยทีเดียว ใส่ไข่ต้มเข้าไปด้วย เข้ากันมากๆ ส่วนหมูย่างบาซารากะ ก็อร่อยครับ ออกแนวคอหมูย่าง ออกรสหวานนิดๆ ใช้ได้เลย

    ผมถือว่า บาซารากะ ราเมนสอบผ่านมากๆครับ โดยเฉพาะราคาถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับร้านราเมนอื่นๆ คือชามละไม่ถึงร้อยบาท ไล่ตั้งแต่ ประมาณ 60- 90บาทโดยประมาณ พวกจานเคียง อย่างชาชูและเกี๊ยวซ่าก็ประมาณเดียวกันครับ ยังไงผ่านไปก็ลองทานดูนะครับ

สาขาอาคารวรรณสรณ์ ชั้น 1 โทร 02-3060877 เปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น.

สาขา Major-Avenue รัชโยธิน โทร 02-9301838 เปิดทุกวัน 10.00-23.00น.

บาซารากะ ราเมน ป้ายหน้าตึก บาซารากะ ราเมน บาซารากะ ราเมน ในร้าน 1 บาซารากะ ราเมน ในร้าน 2 บาซารากะ ราเมน ในร้าน 3  บาซารากะ ราเมน เครื่องปรุง บาซารากะ ราเมน หมูย่าง บาซารากะ บาซารากะ ราเมน ไข่ต้ม บาซารากะ ราเมน ชาชูเมน บาซารากะ ราเมน ผลงาน

     ขอโทษที่หายไปนานนะครับ ยังยุ่งกับการเตรียมตัวไปเรียนมากๆเลย เหลืออีกเดือนนิดๆก็ไปแล้ว ยังไม่ได้วีซ่าเลย บิน 10 ก.ค. โน่นเลย

     มาเริ่มกันเลยดีกว่า ปกติผมไม่ค่อยทานอาหารฟิวชั่นเท่าไหร่ แต่ร้านนี้พี่สาวผมชอบมากๆๆๆๆ เค้าบอกว่าทานอะไรก็อร่อย เลยต้องไปลองด้วยตัวเอง ร้านที่ว่าคือ Sonie’s ครับ

     ตอนนี้ Sonie’s มีสองสาขา สาขาแรกคือ อยู่ในซ. สุขุมวิท 31 ซึ่งผมยังงงๆกับทางไปอยู่ เรื่องแผนที่ไว้ก่อนละกันนะครับ ส่วนอีกสาขา คือ ที่ ชั้นสอง J-Avenue ทองหล่อ ติดกับ Ootoya

    ตอนแรกผมหา สาขาทองหล่อไม่เจอเลยขับถ่อจากทองหล่อไป สาขาแรกที่สุขุมวิท 31 ซึ่งจอดรถหน้าร้านไม่ได้ ต้องไปจอดที่จอดรถใกล้ๆแล้วเดินมาซัก3นาทีก็ถึงครับ ร้าน Sonie’s เป็นร้านเล็กๆ มีสองชั้น ชั้นแรก มีแค่สองโต๊ะ ส่วนชั้นบน ก็เล็กๆเช่นกัน มีไม่ถึง10โต๊ะ บรรยากาศก็จัดแบบกันเอง เหมือนเป็นบ้านน่ะครับ

     อาหารที่ผมสั่งก็เป็นอาหารแนะนำของร้านครับ Sonie’s Sushi Pizza ขนาดเล็ก ราคา 240บาท (ใหญ่480บาท) เป็นสาหร่ายแล้วมีข้าวญี่ปุ่นข้างบนแล้วบนสุดเป็นกุ้งเทมปุระโรยด้วยปูอัดและไข่กุ้ง จิ้มโชยุๆ นิดๆอร่อยมากๆครับ คราวหน้าผมจะสั่งอันใหญ่เลย สมกับเป็นอาหารแนะนำ อีกจานที่สั่งคือ บอมบ์ เป็นเหมือนซีฟู้ดกราแตงนะครับ พวกหอยเชลและปลาหมึกเป็นหลัก ชีสและครีมเข้มข้น ยืดย้อย อันนี้ก็อร่อยดีครับ ส่วนจานสุดท้ายคือ ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปูนิ่มทอดกรอบ (จำชื่อในเมนูไม่ได้) อันนี้เฉยๆครับ รสชาติจืดไปนิด ส่วนขนมนี่ผมสั่งมาสองอย่างคือ พานาคอตต้า กับ บราวนี่ไอศกรีม สอบตกทั้งคู่ครับ แนะนำให้สั่งแต่อาหารคาวโลด

     ราคาอาหารที่ Sonie’s ค่อนข้างแพงตามปกติของอาหาร ฟิวชั่นนะครับ แต่ด้วยรสชาติแล้วผมก็ยังแนะนำให้มาลองทานกันดูครับ ผมว่าจะกลับไปลองทานเมนูอื่นๆ อีก ก่อนไปเรียน

    ยังไงโทรไปจองที่ก็ดีนะครับเพราะถ้าไปแล้วที่เต็มจะเสียอารมณ์ป่าวๆ

สาขา สุขุมวิท 31 โทร 02 260 8386 – 7 เปิด 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.30 น.

สาขา J-Avenue โทร. 02 185 2970 เปิด 11.00-22.30 น.

     Sonie’s ป้ายร้าน Sonie’s หน้าร้าน สุขุมวิท 31 Sonie’s ในร้าน จัดสบายๆ Sonie’s กระดานเขียนเมนู Sonie’s Sonie’s Sushi Pizza Sonie’s ข้าวปั้นปูนิ่มทอดกรอบ Sonie’s Bomb กราแตง Sonie’s พานาคอตต้า Sonie’s บราวนี่ไอศครีม

     ผมรู้จัก Pepper Lunch ครั้งแรกที่สิงคโปร์ ไปเที่ยวกับครอบครัวแล้วเห็นน่าสนใจเลยเข้าไปลองทาน ปรากฎว่ามันอร่อย โดยเฉพาะ คุณพ่อผมท่านชอบมาก แอบคิดกันเล่นๆว่าอยากเอาเข้ามาทำในไทย แต่ติดที่ว่ากลัวมันจะแพงแล้วคนไทยไม่ทาน ต้องยอมรับครับ ว่าผม “คิดผิด”

     หลายเดือนก่อนผมเดินเล่นที่ Central World เห็นป้ายเหลืองๆ โลโก้คุ้นๆ เลยรีบบอกคุณพ่อว่า Pepper Lunch มาเปิดในไทยแล้ว คราวนี้ Central Restaurant Group เป็นผู้นำเข้ามาครับ เลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงทุนหนาขนาดนี้ เพราะพื้นที่ใหญ่มาก และตั้งอยู่บนชั้น 6 ตรงข้ามกับ KFC ซึ่งเป็นชั้นที่ค่าเช่าแพงที่สุดแล้ว

     Pepper Lunch เป็นร้านที่มีคอนเซปต์ D.I.Y. (Do It Yourself) หรือให้ทำกันเองครับ อาหารเกือบทุกประเภทจะเสริฟมาในกระทะเหล็กซึ่งถูกเผาให้มีความร้อนสูงมาก ดังนั้นเวลาทานให้ระวังตัวเองและเด็กๆเอามือไปโดนนะครับ เวลาพนักงานมาเสริฟจะให้เค้าสอนแล้วทำเอง หรือ ให้เค้าทำให้เลยก็ได้ครับ โดยเค้าจะเสริฟ เนื้อสดๆโปะด้วย ซอสครีมสูตรลับ พร้อมผัก วิธีทำก็ให้พลิกด้านเนื้อก่อนนะครับ แล้วค่อยไปทำผักให้สุกทีหลัง ไม่งั้นถ้ากระทะหายร้อนเดี๋ยวเนื้อจะไม่สุกเอา

     ราคาอาหารของ Pepper Lunch เริ่มต้นที่ชุดละ 120 บาทไปจนถึง ชุดละราวๆ 400บาท ชุดที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือ ชุดข้าวเนื้อผัดผงกะหรี่เพิ่มชีสซึ่งหอมเครื่องเทศพร้อมกับชีสเยิ้มๆอร่อยมากๆครับ แฮมเบิกเสต็กพร้อมไข่ซึ่งเป็นเมนูที่ร้านในไทยไม่ค่อยมีครับผมเห็นมาไม่เกิน5ร้านที่ขายแฮมเบิกเสต็ก และ สุดท้ายเสต็กชิโมฟูริซึ่งแพงแต่ว่าก็อร่อยสมราคาครับ เนื้อเค้าดีจริงๆ

     เมนูเนื้อแต่ละเมนูสามารถเพิ่มไข่ได้ ส่วนเมนูข้าวทุกเมนูสามารถเพิ่มชีสได้ครับ ส่วนน้ำถ้ากลัวเลี่ยนก็สั่งชาเขียวก็ได้ครับ ตัวร้านเปิดเวลาตามห้างนะครับ หาไม่ยากเลย ถ้าใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ไปดูเวบได้นะครับ http://www.pepperlunch.com.sg/ 

     แนะนำนิดนึงว่าอย่าหน้ามืดสั่งมาพร้อมกันทีละเยอะๆนะครับเพราะจะทำไม่ทัน ค่อยๆสั่งดีกว่าครับเพราะเค้าใช้เวลาในการเตรียมแล้วยกมาให้เรานิดเดียวเอง ขอให้สนุกกับการกินครับ :)

ปล. ช่วยกันกดดาวตรงข้างล่างโพสท์หน่อยนะครับ ผลที่ได้มันจะออกมาเป็นค่าเฉลี่ยจะได้รู้ว่าร้านไหนคนชอบไม่ชอบน่ะครับ ขอบคุณครับ

Pepper Lunch หน้าร้านอีกมุม Pepper Lunch หน้าร้าน Pepper Lunch ข้าวเนื้อผัด Pepper Lunch ข้าวเนื้อผัดผงกะหรี่เพิ่มชีส Pepper Lunch แฮมเบิกเสต็ก Pepper Lunch เสต็กชิโมฟุริ

     วันก่อนเปิดดูหนังสือเล่มนึง เห็นมีโฆษณา ร้านทงคัตสึร้านใหม่ มีสโลแกนของร้านว่า Bangkok’s newest katsu specialist เห็นแล้วไปกินแทบไม่ทัน

     Katsu King ตั้งอยู่ในโครงการ The Manor ในซ. สุขุมวิท 39 ซ. ที่อยู่เยื้องๆกับ Emporium วิ่งเข้าซ. จากด้านสุขุมวิท วิ่งเข้าไปมองขวามือ เลยซ. พร้อมมิตร ไปอีกนะครับ จะเห็น ตึกใหญ่ๆ สีทองๆ The Manor อยู่ติดกับตึกนั้นเลยครับ เลี้ยวเข้าไปจอดใน The Manor ได้เลย

     Katsu King ตั้งเด่นมากครับเลี้ยวเข้ามาใน The Manor จะเห็นร้านอยู่ชั้น 1 จะๆ เลย ตัวร้านตกแต่งไม่ค่อยญี่ปุ่นเลยอะครับ นี่ถ้าเอาตุ๊กตาแมว ตุ๊กตาดารุมะและรูปใหญ่ออก เปลี่ยนขายอาหารอิตาเลี่ยนได้สบายเลย :D   ที่นี่มีงามาให้บดเล่นรอก่อนเหมือนที่ เบคคุด้วยครับ

     เริ่มกันเลย Katsu King มีของทอดให้เลือก4อย่างครับ ผมเลยเลือกชุดที่มีให้ครบแล้วก็แถมข้าว ซุป (ซุปกับข้าวเติมได้เรื่อยๆ) เครื่องเคียงและไอศครีมด้วย ราคา 520บาท โดยผม เลือกเพิ่มชีส+20บาทให้ Rosu (สันนอกติดมัน)  พอข้าวมาผมผิดหวังนิดๆครับ ที่นี่ไม่ใช้ข้าวญี่ปุ่นอะครับ เป็นข้าวธรรมดา แต่พอหยวนได้ Hire Katsu (สันในไม่ติดมัน) ที่นี่อร่อยครับ เนื้อนุ่มดี เอบิคัตสึ(กุ้งทอด) และ ปลาทอด ก็ปกติครับ ส่วนRosu ที่ผมสั่งไปเค้าลืมใส่ชีสมา ผมทานได้สองคำเพิ่งสังเกต ทางร้านใจดีมากเลยครับไปทำมาให้ใหม่โดยไม่คิด เงินเพิ่มและไม่เก็บของเก่าด้วย แต่ผมก็ทานไม่หมดหรอก Rosu +ชีสอร่อยครับ ชีสเยิ้มมาก ผมสั่งแกงกะหรี่มาต่างหาก แพงมาก 120แน่ะ อร่อยดีแต่ไม่คุ้มอะครับ ส่วนไอศกรีมตอนท้ายไม่อร่อยครับ

     โดยรวมแล้ว Katsu King รสชาติ “โอเค” ครับ แต่ยังสู้ เบคคุ กับ มิซาโตะ ไม่ได้ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ตอนทอดเสร็จใหม่ๆ ของสองร้านที่ว่าจะสีเหลืองทองน่าทานกว่า

เบอร์โทร 02-2600776 

เวลาทำการ 11:30-14:00 และ 17:30-22:00 น. ร้านเปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร

   Katsu King ทางเข้า The Manor Sukhumvit Soi 39 Katsu King หน้าร้าน Katsu King ป้ายหน้าร้าน Katsu King ในร้าน  Katsu King เมนู 1 Katsu King เมนู 2 Katsu King เมนู 3 Katsu King ที่บดงา+เครื่องเคียง Katsu King ข้าว ซุป และของทอด Katsu King ของทอดชัดๆ Katsu King น้ำแกงกะหรี่  Katsu King ทงคัตสึชีสทะลัก Katsu King แผนที่

     วันนี้มีนัดสัมภาษณ์แถวสีลมตอนบ่ายสอง เที่ยงๆ เลยแวะไปร้านที่เล็งมาหลายวันแล้วซะหน่อย เพราะเห็นจากโฆษณาในหนังสือ คือร้าน Gyunoya

     ตอนแรกที่ผมเห็นโฆษณาร้าน Gyunoya ผมตกใจปนดีใจนึกว่าร้าน Yoshinoya เข้ามาเปิดในเมืองไทยใหม่ เพราะ ทั้งสีและลักษณะป้ายเหมือนกันมากๆ ผมไม่แน่ใจว่าใครเลียนแบบใคร

    Gyunoya ตั้งอยู่ตรงข้ามกับร้าน Shin Emon เลยครับ วิธีไป Gyunoya คือให้เดินไปหน้าตึกธนิยะนะครับ หันหลังให้ตึก แล้วก็เดินตรงเข้าไปตรงที่มีป้อมยามเก็บเงินของที่จอดรถ เดินผ่านเข้าไปไม่เกิน20เมตร ด้านขวามือจะเห็นเคล้ายๆกล่องสีส้มๆ(ดูจากในรูป) นั่นคือร้าน Gyunoya ครับ

     Gyunoya เป็นร้านสีส้มๆขนาดเล็กมากๆๆๆ มีพนักงาน คนไทย3คน ญี่ปุ่น1คน ทั้งร้านมีเค้าเตอร์ให้นั่งได้แค่ 8คน ดังนั้น ถ้ามาตอนเที่ยงต้องยืนรอคิวนอกร้านครับเพราะในร้าน ไม่มีแม้ที่ให้ยืนรออาหารในร้านมีให้เลือกไม่มากนัก อาหารจานหลักก็มี ข้าวหน้าเนื้อต้มซีอิ๊วธรรมดา 120บาท ใหญ่160บาท ข้าวหน้าหมูต้มซีอิ๊ว ธรรมดา 80บาท ใหญ่ 100บาท และข้าวหน้าปลาทูน่าดิบ ธรรมดา180บาท ใหญ่ 220บาท  ส่วนเครื่งอเคียงก็มี กิมจิ ไข่ดิบ ผักกาดดอง สลัดผัก และมิโซซุป อย่างละ 20บาท

     ผมสั่ง ข้าวหน้าเนื้อใหญ่และข้าวหน้าหมูธรรมดา เอามาแล้วเติมขิงดองสีแดง กับโชยุนิดหน่อย กินแล้วหายคิดถึง Yoshinoya ไปได้พอสมควร เนื้อกับหมูที่มาในจานจะติดมันเยอะพอสมควร ซึ่งทำให้เวลาทานจะนุ่มมากๆแล้วก็มีหอมใหญ่นิดหน่อย Gyunoya อร่อยดีนะครับ แต่ยังสู้ Yoshinoya ไม่ได้ แต่ผมว่าเค้าศึกษาตลาดไทยมาดีพอสมควรเพราะมีหมูให้ด้วย ทำให้มีทางเลือกสำหรับคนไม่ทานเนื้อ รสชาติของหมูกับเนื้อ ผมทานแล้วไม่ค่อยรู้สึกต่าง แต่ยังไงผมเป็นคนชอบเนื้อวัว สั่งเนื้อวัวมาก็ได้คุณค่าทางใจมากกว่าครับ แหะๆ

     Gyunoya เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11:00 – เอ่อ เค้าเขียนไว้ว่า 26:00 ผมเลยเดาว่าเปิดถึง ตีสองนะครับ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ครับ คงไม่ให้จอง ทั้งร้านมีที่นั่งแค่8ที่ถ้วน

Gyunoya หน้าร้าน Gyunoya ในร้าน แคบมากๆ Gyunoya ป้ายราคา Gyunoya ข้าวหน้าเนื้อต้มซีอิ๊วถ้วยใหญ่พร้อมขิงดอง Gyunoya ข้าวหน้าหมูต้มซีอิ๊วธรรมดา Gyunoya แผนที่

     คราวที่แล้วพูดถึง เบคคุ กับ Misato ซึ่งเป็นสองในสามร้าสุดยอดทงคัตสึกันไปแล้ว คราวนี้ผมจะมาแนะนำร้านที่สามนะครับ นั่นก็คือ คัตสึอิจิ ครับ

     คัตสึอิจิ ตั้งอยู่ในซ. สุขุมวิท 11 ครับ ขับเข้าซอยเลย Pizzaeria Limoncello ไปอีกนะครับ ไปจนเกือบสุดซอย จะเห็นเวิ้งใหญ่ๆอยู่ซ้ายมือ ตรงข้ามเยื้องกับ Bed Supperclub ให้เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลยนะครับ คัตสึอิจิ อยู่ด้านขวามือ หน้าร้านเป็นไม้ ป้ายสีเหลืองๆ

    ร้านนี้คนเยอะมากครับ ผมมานั่งรอเกือบชั่วโมง ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวญี่ปุ่นครับ วันนี้ ผมสั่งเส้นหมี่ผัดผงกะหรี่ แล้วก็ทงคัตสึธรรมดาและทงคัตสึใส่ชีส จริงๆยังมีเมนูแปลกๆอีกหลายอย่างครับ แต่ผมเลือกลองเมนูเด็ดของร้านก่อนครับ

    ทงคัตสึของที่นี่ไม่มีให้เลือกแบบติดมัน ไม่ติดมัน นะครับ ทงคัตสึทั้งใส่ชีสและไม่ใส่มาชิ้นใหญ่มากๆครับ ตัวแป้งปังโกะและเบรดครัม(แป้งกรอบๆภายนอกของทงคัตสึ) อร่อยมากครับ ไม่ต่างกับ ของ เบคคุ และ Misato เลย แต่ผมเป็นคนชอบให้หมูมีติดมันบ้าง จึงรู้สึกว่าทงคัตสึของที่นี่ฝืดคอพอสมควร เส้นหมี่ผัดผงกะหรี่ อร่อยดีครับ ส่วนข้าวสวยก็โรยอะไรมาไม่รู้หอมดีเช่นกัน โดยรวมแล้วถือว่าใช้ได้ครับ

     คัตสึอิจิ ไม่เปิดกลางวันนะครับ เริ่มให้บริการตั้งแต่ 18:00-23:00 น. ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ให้ เพราะไม่รับจอง -”- ดังนั้นคงต้องไปเสี่ยงกันเอาเองนะครับ

 สำหรับร้านทงคัตสึ ผมขอจัดอันดับส่วนตัวดังนี้ครับ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไง คอมเมนท์ไว้ได้เลยครับ

1 เบคคุ

2 Misato

3 คัตสึอิจิ

คัตสึอิจิ หน้าร้าน ป้ายร้าน คัตสึอิจิ ในร้าน 1 คัตสึอิจิ ในร้าน 2 คัตสึอิจิ เส้นผัดผงกะหรี่ คัตสึอิจิ ข้าวสวยโรยอะไรไม่รู้ คัตสึอิจิ ทงคัตสึใส่ชีส

คัตสึอิจิ ทงคัตสึธรรมดา คัตสึอิจิ แผนที่

     เมื่อได้เห็นโฆษณาร้านราเมนร้านใหม่ในหนังสือเล่มหนึ่งผมเลยต้องเผ่นไปกินแทบไม่ทัน ร้านนี้ตั้งอยู่ใน เอกมัยชอปปิ้งมอลตรงปากซอย เอกมัย ซ. 10 ใกล้ๆกับ Health Land  พอจอดรถตรงลานจอดรถก็เดินขึ้นชั้นสองตรงบันไดใกล้ลานจอดรถที่สุด เดินขึ้นไปชั้นสองก็เจอเลยครับร้านแรก

     Ajiyoshi Ramen เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะอยู่ไม่ถึง10 โต๊ะ ราเมนส่วนใหญ่ ราคาประมาณ 110-140 บาท มีให้เลือกขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก ถ้าเลือก ใหญ่ ก็บวกเพิ่มจากราคาในเมนูไป 30บาท ถ้าเลือก เล็ก ก็ลบไป30บาท

     ที่นี่จะมีน้ำซุปให้เลือกสองแบบ แบบน้ำข้น กับ น้ำเกลือ ผมเลือกน้ำข้น สั่งชาชูเมน (น้ำข้นเมนูที่4) และ ราเมนใส่หอมแดงและกระเทียมทอด (น้ำข้นเมนูที่7) ซึ่ง อ่า น้ำซุปที่นี่ยังไม่ผ่านครับ แต่เส้นราเมนเหนียวอร่อยดี ส่วน ชาชูนี่อร่อยครับ ม้วนเป็นวงสวยงาม ถือว่าดีกว่าหลายๆที่เลยทีเดียว ไข่ต้มที่นี่ยังธรรมดาครับ ส่วนเกี๊ยวซ่า Ajiyoshi คือเกี๊ยวซ่าใส่กุ้งแห้ง อันนี้ก็ไม่ผ่านครับกลิ่นแปลกๆ ผมว่าสั่งเกี๊ยวซ่าธรรมดาน่าจะอร่อยกว่า

     โดยรวม 2 ชามที่สั่งยังถือว่าไม่ผ่านครับ แต่เมนูใหม่แนะนำของเค้ามีอันนึงที่ใส่กุ่ยช่ายกับหมูสับน่าทานมาก เดี๋ยวคราวหน้าจะลองทานดูครับ ลองอ่าน รีวิวของร้านราเมนร้านอื่น ได้นะครับ

     ถ้าหาร้าน Ajiyoshi ไม่ถูก โทรไปได้ที่เบอร์ 02-7144424 ครับ เปิตั้งแต่ 11:00 – 22:00 ทุกวัน

ปล.ร้านอื่นจะพยายามทยอยลงรูปนะครับ ช่วงนี้ไม่ว่างจริงๆ

Ajiyoshi มองเห็นร้านอยู่ชั้นสอง Ajiyoshi เมนูใหม่ คราวหน้าอยากลองอันสุดท้ายใส่กุยช่ายด้วย Ajiyoshi ชาชูเมนน้ำข้น เมนู ที่สี่ของน้ำข้น Ajiyoshi ราเมนน้ำข้นใส่หอมแดงและกระเทียม เมนูที่เจ็ดของน้ำข้น Ajiyoshi ชาชูและไข่ต้ม Ajiyoshi เกี๊ยวซ่า Ajiyoshi Ajiyoshi แผนที่

    

     จากที่ผมสำรวจกับหัวหน้าและคนรู้จักที่เป็นคนญี่ปุ่นมามีร้านทงคัตสึที่ดังๆอยู่ 3 ร้าน ที่เค้ายอมรับกันว่าทงคัตสึอร่อยมาตราฐานญี่ปุ่น ครั้งก่อนผมเคยพูดถึง Misato ไปแล้ว คราวนี้มีอีกร้านนึงมาแนะนำ คือ เบคคุ

     เบคคุ ตั้งอยู่ในซ. สุขุมวิท 24 (ซ. ติดเอมโพเรี่ยม) ในเวิ้งเดียวกันกับร้าน Ton Tin Kan Ramenเยื้องๆกับ โรงแรมอริสตัน ถ้าเข้ามาจากทางสุขุมวิท จะอยู่ขวามือ

     ผมได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เกี่ยวกับ เบคคุ มานานเป็นปีแล้วเพิ่งได้มีโอกาสไปลอง เบคคุมีป้ายไม้เล็กๆ ข้างหน้า ร้านก็เล็กมาก มีเค้าเตอร์ยาวสามสี่เมตรให้นั่งกับโต๊ะอีก 4-5โต๊ะเท่านั้นเอง ถ้าไปช่วงคนเยอะอาจต้องยืนรอนานมากๆ

    พอเข้าไปถึงเค้าจะเสริฟงาคั่วมาให้นั่งบดรอนะครับ ก็ให้นั่งบดงารอไปจนหอมได้ที่ค่อยเทน้ำจิ้มตามลงไปครับ เมนุหลักที่สั่งจะเป็น ทงคัตสึ ราคา 180บาท เลือกได้ ว่าเอาแบบ สันในหรือสันนอก (ติดมันหรือไม่ติดมัน) และ แบบทงคัตสึราดไข่ คล้ายๆ ข้าวหน้าหมูทอด(คัตสึด้ง) ราคา 200 บาท เลือกได้ ว่าเอาสันในหรือสันนอกเช่นกัน ส่วนข้าวถ้าสั่งเป็นชุด ธรรมดา 100บาท จะมีพวกเครื่องเคียงจุกจิกมาให้ พร้อมข้าวและซุป ถ้าสั่งชุด 120บาทจะมี คัสตาร์ดเป็นของหวานแถมมาด้วย ผมไม่ค่อยชอบเครื่องเคียงพวกนี้ ผมว่าสั่งเป็นข้าวเปล่าๆมาถ้วยนึงถูกกว่าเยอะเลยครับ อ้อ ข้าวเติมได้เรื่อยๆนะครับ

     ทงคัตสึ กับ ทงคัตสึราดไข่ของที่นี่ พูดได้คำเดียวว่า อร่อยครับ อร่อยมาก สมกับคำร่ำลือจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าร้านเล็กและรอนาน ผมคงจะมาทานบ่อยมาก ตัวทงคัตสึเนี่ยผมว่า สูสีกับของ Misato แต่ว่า ที่ เบคคุมีดีกว่าคือเค้ามีแบบราดไข่ด้วย ซึ่งตรงนี้กินขาดเลยครับ คัสตาร์ด ที่เป็นของหวานผมเฉยๆนะครับไม่ค่อยเท่าไหร่

     เบอร์โทรนี่ไม่มีนะครับเพราะเค้านามบัตรหมด ถ้าใครมีช่วยบอกกันหน่อยนะครับ อ้อ เค้าห้ามถ่ายรูปด้วย นี่ผมแอบถ่ายมา แหะๆ

เบคคุ ข้างหน้าร้าน เบคคุ ในร้าน เบคคุ น้ำจิ้ม เบคคุ มีงาให้บดรอ เบคคุ ชุดข้าว เบคคุ ทงคัตสึราดไข่ อร่อยมาก เบคคุ ทงคัตสึธรรมดาแต่อร่อย เบคคุ คัสตาร์ด เบคคุ แผนที่

     ตามประสาสัตว์กินเนื้อ ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบกิน เนื้อ ย่าง ปิ้ง ทอด มากๆ ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีบริการบุฟเฟต์ชาบูชาบู และสุกี้ ที่ผมชอบที่สุดเจ้านึงคือ ร้าน Akiyoshi

      หากจะไปร้าน Akiyoshi โดยรถไฟฟ้า ให้ลงสถานีพระโขนงแล้วเดินย้อนกลับมาทางซ.สุขุมวิท67 ด้านขวามือจะมีตึก Taisin Square ซึ่งร้าน Akiyoshi อยู่ที่ตึกนี้ครับ ตอนเที่ยงจะเปิดแค่ชั้น 2 แต่ตอนเย็นจะเปิดชั้น 1ด้วย

     ราคาบุฟเฟต์ที่นี่ถ้ากินชาบูหรือสุกี้อย่างเดียวหัวละ 360บาท ยังไม่รวมVAT ส่วน ถ้าทานทั้งสองอย่างเพิ่มเป็นหัวละ 400บาท ยังไม่รวมVAT ครับ

     ไม่ทราบจะบรรยายยังไง เอาเป็นว่าเนื้อที่นี่ใช้ได้ครับ แต่ว่าคุณภาพเนื้อของแต่ละจานอาจจะไม่ค่อยคงที่ บางจานถ้ามีมันแทรกเยอะๆหน่อยจะอร่อยมาก ส่วนบางจานถ้าไม่ค่อยมีมันแทรกก็จะเหนียวนิดนึง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าดีครับ อร่อยมากทั้งชาบูและสุกี้

     ปิดท้ายด้วยของหวานคือ เชอเบทราสเบอร์รี่และ เสาวรส อร่อยมากๆๆครับผมชอบมาก เปรี้ยวหวาน กินปิดท้ายแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี ผมสั่งมาทีสองลูกเลย วันนี้กินวัวไปเป็นตัวเลย แหะๆ

     จะไปกินที่ร้าน Akiyoshi โทรจองก่อนก็ดีนะคับ โทรไปได้ที่ 02-3812267 -8 หรือ 02-7140791 ครับ

 Akiyoshi หน้าร้านชั้น 2 Akiyoshi ที่นั่ง Akiyoshi น้ำจิ้ม Akiyoshi หม้อสุกี้ยากี้ญี่ปุ่น Akiyoshi หม้อชาบูชาบู Akiyoshi เนื้อหลายๆจาน Akiyoshi ชุดผักและเครื่องเคียงอื่นๆ Akiyoshi เชอเบทราสเบอร์รี่และเชอเบทเสาวรส Akiyoshi แผนที่

     เมื่อวานไปเอา ทรานสคริปต์ ที่ธรรมศาสตร์ ตรงท่าพระจันทร์ ตอนแรกกะจะไปทานร้านสุดรัก พูลทรัพย์ ที่อยู่ในซอยเดียวกับ หมอดูจอย แต่เดี๋ยวนี้พูลทรัพย์ไม่ขายตอนเที่ยงแล้ว ขายแต่ตอนเย็นฝั่งตรงข้ามเซเว่นตรง ท่าพระจันทร์ ก็เลยต้องไปทานอีกร้านแทน คือ ร้านท่าพระจันทร์

     ร้านท่าพระจันทร์ มีชื่อเรียก สำหรับเด็ก มธ อีกชื่อ คือ ร้านเหลือง เนื่องจากตัวร้านทาสีเหลืองเป็นส่วนมาก ร้านตั้งอยู่ติดกับ ร้านนายอินทร์ หาเจอง่ายมั่กๆ ร้านนี้เปิดขายทั้งอาหารเที่ยงและเย็น โดยมีอีกร้านที่เป็นเจ้าของเดียวกันอยู่ตรงข้ามวัดพระแก้วชื่อ ร้านหน้าพระลาน อาหารเมนูเหมือนกันเด๊ะ

     ราคาอาหารที่นี่แปลกครับ จานละ 48 บาท 58 บาท 59 บาท เป็นส่วนใหญ่ ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องลงด้วย 8 ไม่ลงด้วย9 ก็นับว่าราคาเหมาะกับอยู่ใกล้สถานศึกษา

     ผมสั่งข้าวหมูทอดซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตของที่นี่ แต่ก่อนผมรู้สึกอร่อย เดี๋ยวนี้กินอีกทีผมว่าไม่ผ่าน เกี๊ยวซ่าก็เหมือนกัน ทำไมรสชาติมันแย่ลง แต่ที่ยังอร่อยอยู่คือ แกงเขียวหวานทรงเครื่อง ซึ่งเป็นแกงเขียวหวานไก่กับปลาตัวเล็กๆทอด เข้มข้นหอมหวานดีครับ

     โชคยังดีที่ขนมเค้กของที่นี่ยังอร่อยเหมือนเดิม ผมสั่งเค้กไวท์ช๊อกโกแลตกับไอศกรีมและบราวนี่ อร่อยหมดเลยครับ ถ้าเป็นคนชอบช๊อกโกแลตจะสั่งเป็นเค้กช๊อกโกแลตกับไอศกรีมก็ได้ไม่ว่ากัน

     สำหรับผม ร้านเหลือง ก็ยังเป็นสัญลักษณ์ อย่างนึงของท่าพระจันทร์ ใครผ่านมาก็อย่าลืมไปลองทาน หมูทอดกระเทียม แล้วก็ซื้อขนม ร้านแอ๊ว กลับด้วยละกันครับ

 ร้านท่าพระจันทร์ หน้าร้าน ร้านท่าพระจันทร์ ข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึ ร้านท่าพระจันทร์ ข้าวแกงเขียวหวานทรงเครื่อง ร้านท่าพระจันทร์ เกี๊ยวซ่า ร้านท่าพระจันทร์ บราวนี่ ร้านท่าพระจันทร์ เค้กไวท์ช๊อกโกแลตกับไอศกรีม ร้านท่าพระจันทร์ แผนที่

You are currently browsing the archives for the อาหารญี่ปุ่น category.

Recent Comments

Pages