kkj logo ของทานเล่น คาว หวาน |

จะขอกิน จนสิ้นชีพ
Site Search: 

Archive for the 'ของทานเล่น คาว หวาน' Category

     ประเดิมบ้านใหม่กันด้วยร้านนนี้เลยครับ After You

     After You ตั้งอยู่ใน ซ.ทองหล่อ 13นะครับ เลี้ยวเข้าซอยไปไม่ไกลอยู่ด้านขวามือ สามารถเลี้ยวรถเข้าไปจอดตรงที่จอดของ J-Avenueแล้วเอาบัตรจอดรถมาแสตมป์ได้ครับ

     After You เป็นร้านของ คุณ เม ที่เขียนหนังสือ ทำขนม May Made ครับ ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่ขนมของร้านนี้จะอร่อยมั่กๆ ขนมที่ผมแนะนำ คือ ไฮไลท์ของร้าน ชิบูย่า เป็นฮันนี่โทสต์ ชุ่มเนย แต่งด้วย วิปครีม กับไอศกรีมวนิลาครับ อร่อย และใหญ่มากถ้าไม่หิวโซ ควรแบ่งกับเพื่อนซัก 2-3คนครับ อีกอย่างคือ เชอรี่ ครัมเบิ้ล ซึ่งมีซอสวนิลาร้อนมาราด ทานพร้อมไอศครีมเช่นกัน นอก จากนี้ทางร้านยังมีคัพเค้ก หลากหลายครับ ที่ผมชอบ จะเป็น Red Velvet, Capuchino แล้วก็ Sea salt อ่อ Panacotta ที่นี่ไม่ค่อยอร่อยอะครับ ไม่ผ่าน ไม่ควรสั่งนะครับ :)

     ผมไม่ค่อยได้ทานเครื่องดื่มเท่าไหร่เลยไม่ขอวิจารณ์ละกันนะครับ ราคาขนมของที่นี่อยู่ที่ร้อยกว่าๆจนถึงร้อยเกือบปลายนะครับ ค่อนข้างแพงนิด แต่อร่อยครับ โดยเฉพาะ ชิบูย่า แหะๆ ส่วนคัพเค้กราคา ประมาณ 65-75บาทครับ ทางร้านมี Wi-Fi ให้เล่นฟรีด้วย อย่าลืมไปทากันดูนะครับ อ่อ ก่อนกลับบ้านอย่าลืมซื้อ คุ้กกี้เชอรี่ครัมเบิ้ล กลับไปทานนะครับ ผมชอบมากกกกก

     ใครไปไม่ถูก โทรถามทางร้านได้นะครับ 02-7129266

After you หน้าร้าน After you เค้าเตอร์ After you บรรยากาศในร้าน After you Capuchino cup cake After you ชิบูย่า ไฮไลท์ของงาน After you เชอรี่ ครัมเบิ้ล After you พานาคอตต้า After you คุ้กกี้ เชอรี่ ครัมเบิ้ล After You กาแฟยกล้อ After you แผนที่

     “ชาชัก หนึ่งในวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดปัตตานี เป็นชาที่เน้นฟองหนาๆเสิรฟคู่กับโรตี สามารถทำได้ด้วยมือ โดยไม่ต้องมีเครื่องมือหรือเครื่องไฟฟ้า แต่ทำโดยอาศัยวิธีง่ายๆตามกฎของแรงโน้มถ่วง วิธีชงใช้ดึงและชัก ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ชักได้สุดปลายแขนก็จะได้ฟองที่หนาและน่ารับประทานมากขึ้น ไม้แพ้ฟองนมที่มาจากเครื่องทำกาแฟคาปูชิโน่”

     เกริ่นกันมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องดีกว่าครับ คราวนี้ผมไปทานร้านที่น่าสนใจมากๆมาครับนั่นคือ แตตาเระ ปัตตานีชาชัก ร้านนี้ได้เข้าร่วมงาน OTOP 4ปีซ้อน โดยที่สาขาที่กทม. ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ยูเนี่ยนมอลล์ ใกล้ร้านมิสเตอร์โดนัท โทร 081-6982740

     ชาชักร้านนี้ แก้วละ 35บาทครับ อร่อยดีรสชาติเข้มข้นและมีฟองสวยงามดีครับ ส่วนโรตีกรอบชิ้นละ30บาท ราดด้วยนมข้นเค็มกรอบหวานมัน อร่อยดีครับ นอกจากนี้ผมสั่ง ชุดโรตีที่ทอดเป็นแผ่นเล็กๆ กรอบเล็กน้อย และนุ่มๆ มาพร้อมกับนมข้นและแกงเขียวหวานไก่ ซึ่งหอมเครื่องเทศดีครับ เมื่อทานคู่กับโรตีก็เยี่ยมเลย อร่อยและอยากให้มาลองทานกันดูครับ

     ถ้าใครผ่านไปแถวยูเนี่ยนมอลล์ หรือ เซนทรัลลาดพร้าวก็อย่าลืมแวะไปชิมนะครับ

     ของหวานที่อยู่คู่กับคนไทยมีหลายอย่าง ซึ่ง ข้าวเหนียวมูน ก็มักเป็นส่วนประกอบของขนมไทย หลายๆชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวเปียกลำไย ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน และ อื่นๆ ซึ่งผมก็เป็นคนนึงที่ชอบทานข้าวเหนียวมูนมาก แล้วก็ได้ไปเจอร้านที่น่าสนใจมาครับ

     ข้าวเหนียวมูนแม่เก่ง ตั้งอยู่ใน ซ.โชคชัย 4 ถ้าเข้ามาจากทางถนนลาดพร้าวจะอยู่ขวามือ ตรงซอย 54 ทางเข้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค ต้นซอยด้านขวามือครับ

     จุดเด่นของ ข้าวเหนียวมูนแม่เก่ง คือ มีทั้งหมด 9 สี ดังนี้

1 สีม่วงจากอัญชัน 2 สีเนื้อจากแก่นฟาง 3 สีดำจากข้าวเหนียวดำ 4 สีส้มจากแครอท 5 สีเหลืองจากขมิ้น 6 สีขาวจากกะทิสด 7 สีเขียวจากใบเตย 8 สีชมพูจากเฟื่องฟ้า และ 9 สีแดงจากบีทรูท

     เมื่อนำทั้ง9สีมาจัดรวมกันในกล่องโฟม ดูสวยงามน่ารับประทานมากครับ ขายราคากล่องละ 50 บาท ข้าวเหนียวมูนของที่นี่หอมหวานมันครับ น่าเสียดายที่แต่ละสี แทบไม่แตกต่างกันในด้านรสชาติเลย แต่เอาน่า แค่สีก็กินขาดแล้วครับ

     ถามจากเจ๊คนขายแกบอกว่า ลูกชายเป็นคนต้นคิดเรื่องใส่สีสันลงในข้าวเหนียว คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่ธรรมดาจริงๆ ถ้ามีโอกาสได้แวะมาซื้อก็อย่าลืมลองซื้อสังขยา กระปุกละ 25บาท หรือ มะม่วง กิโลละ100-120บาทไปลองทานด้วยนะครับ

     ข้าวเหนียวมูนแม่เก่ง จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง สนใจติดต่อ 02-5383331, 089-8898891 และ 089-8812349

     เป็นหนึ่งร้านที่ลืมเอามาเล่าให้ฟังครับ ผมรู้จัก Beard Papa ครั้งแรกตอนไปเที่ยวที่ชิบูย่า ขากลับเดินมาทางด้านหลังของสถานีรถไฟเห็นคนต่อแถวยาวมาก ยาวพอๆหรือยาวกว่าคนต่อแถวซื้อโรตีบอยอีกครับ เนื่องจากปกติคนญี่ปุ่นจะมีนิสัยยอมต่อแถวเพื่อแลกกับของกินอร่อยๆมันจึงเป็นเครื่องการันตีได้เลยว่าไอ้ขนมอันเนี้ยอร่อยแน่ๆ ผมก็เลยต่อด้วยแล้วก็ติดใจตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ตอนผมอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมมักจะซื้อ Beard Papa มาทีเดียว8ลูกใส่ตู้เย็นไว้ แล้วก็กินมันทั้งวันแทนข้าวเลยครับ เป็นหนึ่งในขนมที่อร่อยที่สุดในความคิดของผมเลย

     Beard Papa สาขาฮ่องกงนั้น ไม่เหมือนกับที่ไทยครับ ที่สาขาฮ่องกงจะมีขนมอื่นๆให้เลือกหลากหลายกว่า มีตู้เค้ก ตัวแป้งก็มีให้เลือกทั้งแบบปกติ โรยช๊อกชิพ และราดช๊อกโกแลต ผมทานแบบราดช๊อกชิพอร่อยดีครับจะกรอบๆ แล้วก็ยังมีทำเป็นคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ให้เลือกใส่ไส้ต่างๆเช่นไส้บลูเบอรี่ นอกจากนี้หากไม่ชอบแบบเป็นแป้งกลมๆก็เลือกแบบเป็นเกลียวได้ด้วย ราคาที่นั่นก็ไม่ได้ต่างจากที่ไทยครับ ประมาณ10กว่าเหรียญฮ่องกง ถ้าเทียบกับค่าครองชีพของเค้าแล้วแล้วก็ถือว่าพอรับได้ ผมไม่ทราบว่าที่สาขาญี่ปุ่นจะหลากหลายขนาดนี้หรือเปล่า แต่น่าจะเพราะยังไงก็เป็นต้นตำรับ

     Beard Papa สาขาไทย นั้นมาเปิดได้นานพอสมควรแล้วครับที่พารากอน ชั้นล่างสุด แต่ว่าสถานที่นั้นผมว่าไม่ดีเลยครับ ไปหลบมุมอยู่ข้างซูเปอร์ไม่เด่นเลย น่าจะเป็นเหตุผลนึงที่คนน้อย ตอนนั้นพอผมทราบข่าวผมรีบไปซื้อกินให้หายคิดถึงเลย แต่ปรากฎว่า”ผิดหวัง” ครับ ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่านี้เยอะ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม หัวหน้าเก่าชาวญี่ปุ่นของผมสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องกลิ่น จุดเด่นของ Beard Papa ที่ญี่ปุ่นคือกลิ่นครับ คือจะโชยไปไกลมาก ผมได้กลิ่นทีแทบจะลอยตามอย่างในหนังการ์ตูนเลย เพราะร้านที่ญี่ปุ่นจะเป็นแบบ Open Air ส่วนร้านในไทยเนื่องจากอยู่ในห้างคงจะโดนจำกัดเรื่องกลิ่นไม่ให้ไปรบกวนร้านอื่น อีกย่างนึง เรื่องราคาชิ้นละ 45บาท(ซื้อเยอะจะถูกกว่านี้) ผมว่าแพงเกินไปสำหรับคนไทยถ้าอยู่ราวๆไม่เกิน 35บาทแล้วเน้นปริมาณน่าจะขายดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงรสชาติโดยรวม ผมก็ยังให้ Beard Papa อร่อยกว่า Flavor it และ Tokyo Chouxcream อยู่ดีครับ ผมขออวยพรให้ร้านเค้าอยู่รอดด้วยละกันครับ ^^

Update: ที่ไทยมีแบบ โคโรเนตกับราดกรอบๆแล้วนะครับ

Beard Papa  เค้าเตอร์ Beard Papa  เมนูแปลก Beard Papa  ขนมปังหน้ากรอบๆกับหน้าช๊อกโกแลต Beard Papa  ตู้เค้ก Beard Papa ทำกันเห็นๆ Beard Papa แบบโคโรเนท Beard Papa  แบบมีกรอบๆข้างบน

     เมื่อตอนเที่ยงต้องรีบไปประชุมอย่างแรงทำให้ไม่ได้กินข้าว ลงจากออฟฟิศ มองซ้ายมองขวาก็นึกได้แค่สองอย่างที่กินได้สะดวก อย่างแรกคือ กะหรี่พัฟสุดยอดอร่อย และ อย่างที่สองก็คือข้าวเหนียวของ เจ๊อ้อย นี่เอง

     เจ๊อ้อย มาง่ายมากกกกกก เดินลงรถไฟฟ้าสถานีอารีย์ทางฝั่งตึกไอบีเอม เดินไปทางจตุจักร ผ่านธนาคารกสิกรผ่าน 7-11 แล้วก็เลี้ยวขวาซอยแรกเลยครับ ร้านเจ๊อ้อยอยู่ซ้ายมือเป็นช่องเล็กลึกเข้าไปไม่เกิน20เมตร อยู่ในซอยเดียวกันกับกะหรี่พัฟเลย

     เจ๊อ้อยขายข้าวเหนียวกับเนื้อสัตว์ต่างๆ มีทั้งหมูเค็ม หมูหวาน หมูเส้น หมูกระเทียม เนื้อเค็ม เนื้อเส้น ไก่ทอด ตับ และอื่นๆ ข้าวเหนียวของ เจ๊อ้อยนุ่มและมีกลิ่นหอมนิดๆอร่อยมากๆแถมยังห่อด้วยใบตองให้รู้สึกได้ถึงธรรมชาติอีกด้วย ผมเพิ่งสังเกตว่าจะใส่ถัวเหลืองลงไปนิดหน่อยด้วย สามารถสั่งได้ทั้งแบบห่อพร้อมข้าวเหนียวและซื้อกลับบ้านแต่เนื้อสัตว์เป็นขีด อย่างวันนี้ผมซื้อเนื้อเส้นก็ขีดละ 50บาทครับ ส่วนถ้าซื้อพร้อมข้าวเหนียวก็ห่อละประมาณ 20-25บาท เลือกได้ตามชอบใจ ที่ผมทานวันนี้และชอบมากๆคือ หมูกระเทียม และ หมูหวาน ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดคือ หมูเส้นครับ เวลานั่งกินที่ออฟฟิศ มีหมูเส้นพูนจานนั่งจกกันแป๊บเดียวก็หมด

     เจ๊อ้อยรับออกงานนอกสถานที่ด้วย ใครสนใจ ติดต่อ โทร 081-9240921 หรือ081-8303615 มาถึงตรงนี้อย่าลืมแวะซื้อ กะหรี่พัฟติดมือกลับบ้านนะครับ อร่อยทั้งสองร้านเลย

ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย ป้ายร้าน ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย หน้าร้าน ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย มีหลากหลาย ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย มากมาย ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย นี่ก็อร่อย ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย ข้าวเหนียวหมูทอด ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย ข้าวเหนียว หมูหวาน ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย ข้าวเหนียวหมูเค็ม ข้าวเหนียว เจ๊อ้อย ข้าวเหนียวเนื้อเค็ม

     คั่นจังหวะด้วยไอศกรีมวนิลาที่ผมชอบที่สุดครับ นั่นคือ Soh

     หลายคนอาจจะคิดว่า เป็นแค่ไอศกรีมวนิลาธรรมดา แต่ไม่เลยครับ ไอศกรีมวนิลา Soh จะมีเกล็ดน้ำแข็งกรุบกรอบแทรกอยู่ตามเนื้อไอศกรีมอย่างลงตัว ซึ่งทำให้ได้ Texture ที่ไม่เหมือนไอศกรีมวนิลาเจ้าอื่นๆเลย !!!! ตอนผมอยู่ที่ญี่ปุ่นผมมักจะทาน Soh หลังอาหารอยู่บ่อยๆครับ

    ปัจจุบัน Soh มีจำหน่ายที่วิลล่า ในราคากล่องละ 80บาท และ ซูเปอร์ที่พารากอน ในราคาเท่าไหร่ผมไม่แน่ใจ อาจจะดูว่าแพงสำหรับไอศกรีมวนิลา แต่ผมขอยืนยันครับว่า Soh คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ ไม่อร่อยให้ต่อยหน้า เลย เอ้า

     หนึ่งในขนมไทยที่คุ้นเคยกับคนไทยที่สุดก็คือ ขนมครก ซึ่งก็มีการนำมาประยุกต์ให้หลากหลาย ไม่ว่าจะใส่ ต้นหอม เผือก ข้าวโพด ใบเตย และอื่นๆอีกมากมาย มีขนมครกที่อร่อยๆอยู่หลายเจ้า แต่เจ้าที่ผมชอบที่สุดเจ้าหนึ่งอยู่ที่ราชวัตรครับ

     ร้านขนมครก(เข้าวัง) ที่ราชวัตรหาได้ง่าย โดยหากมาจากทางสถานีรถไฟสามเสนให้ตรงมาเรื่อยพยายามเล็งด้านขวามือจะเห็นเซเว่นซึ่งอยู่ติดกับร้านวันสตาร์และมีร้านหนังสืออยู่ใกล้ๆ ร้านขนมครก(เข้าวัง) จะอยู่ทางขวามือถ้าเราหันหน้าเข้าเซเว่นครับ

     เท่าที่ผมเห็นที่นี่จะมีแค่ขนมครกปกติอย่างเดียวนะครับ แต่ก็สามารถดึงดูดคนให้มายืนรอต่อคิวซื้อกันได้มากมาย วันนี้ผมโชคดีที่คนไม่ค่อยเยอะ ขนมครกของที่นี่จะเป็นแผ่นบางๆครับ ส่วนตรงก้นมันจะกรอบมาก เข้ากับจรงส่วนกะทิที่ทั้งหวานเค็มและมัน อร่อยมากๆครับ

    ที่นี่ขายกล่องใหญ่ 17 คู่ 30บาท กล่องเล็ก 11คู่ 20บาทนะครับ แนะนำให้สั่งกล่องใหญ่ไปเลยครับ เพราะแผ่นมันบางมาก สั่งกล่องเล็กคงไม่พอยาไส้ เพื่อนผมมันเรียกร้านนี้ว่า ขนมครกกระดูก เพราะให้น้อยเหลือเกิน

     ขนมครก(เข้าวัง) รับออกงานนอกสถานที่ด้วยนะครับ ใครสนใจก็ติดต่อ 082-6684539 หรือ 081-9160974 ครับ อ่อ ร้านนี้ไม่ขายวันจันทร์นะครับเพราะเค้าห้ามแผงลอยขาย ผมเคยไปซื้อแต่ตอนเย็นๆถึงกลางคืนเลยไม่แน่ใจว่าตอนเช้าตรู่เปิดรึเปล่า แต่ตอนกลางวันไม่เปิดแน่ๆครับ

      อ่อ เกือบลืมแวะไปซื้อหนังสือร้านเพื่อนผมใกล้ๆเซเว่นด้วยนะครับ(ช่วยกันโฆษณา)

     ชอบทานผลไม้กันไม๊ครับ ผมไม่ชอบครับ ผมเป็นคนเน้นทานของคาวมากกว่า มีผลไม้ไม่กี่ชนิดครับที่ผมชอบทาน เช่น มะม่วง สตรอเบอรี่ เมล่อน ส่วนฝรั่งนี่ผมเฉยๆครับ แต่ผมต้องยกเว้นให้กับฝรั่งของร้านนี้เท่านั้นจริงๆครับ เป็นกรณีพิเศษเลยทีเดียว

     ชื่อร้านผมไม่ทราบนะครับเพราะเป็นรถเข็น ร้านนี้หาง่ายมากครับ เดินลงรถไฟฟ้าสถานีซ.อารีย์แล้วเดินเข้าเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.อารีย์ พอเดินเข้ามาให้เลี้ยวซ้ายแยกแรกครับแล้วเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นรถเข็นขายผลไม้อยู่คันเดียวครับ ติดสติกเกอร์เต็มรถ จะจอดอยู่ตรงข้ามร้านซึทาย่าครับ

     ที่รถเข็นมีป้ายเขียนว่า ฝรั่งดองบ๊วย ขายดีเหมือนแจกฟรี ก็ไม่ต้องคิดมากครับ ของแนะนำร้านนี้คือฝรั่งแช่บ๊วยนี่แหละครับ(ผมไม่ชอบเรียกดอง) ฝรั่งแต่ละลูกจะ หวานกำลังดี กรอบ ฉ่ำ ยิ่งทานตอนที่ฝรั่งเย็นๆด้วยเนี่ย อร่อยมากเลยครับ ผมกินวันละลูกมาสองวันแล้ว ราคาของฝรั่งแช่บ๊วยอยู่ที่ลูกละ 25บาทครับ ถือว่าไม่แพงเลยสำหรับรสชาติของมัน เอาเป็นว่ามาถึงนี่แล้วก็อย่าลืมแวะไปทานร้านอื่นๆแถวซอยอารีย์ด้วยนะครับ ถ้าไปตอนเย็นๆเห็นถุงใส่แกนฝรั่งตั้งเรียงกันเป็นตับอย่าตกใจนะครับ เค้าขายดีจริงๆ อ่อส่วนผลไม้ชนิดอื่นของร้านนี้ผมไม่เคยลองนะครับ ยังไงชอบอะไรก็ลองทานกันตามใจชอบเลยครับ

ฝรั่งแช่บ๊วย คนขายกำลังเฉาะฝรั่ง ฝรั่งแช่บ๊วย เห็นร้านกันชัดๆ ฝรั่งแช่บ๊วย อยู่ในถุง

               คือไม่ได้แรดนะครับ แต่บังเอิญ ว่าผมยังไม่มีโอกาสไปทาน Gindaco ที่เอสพลานาดอีกรอบเลย ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้เขียนซะที เห็นมีผู้ รีวิวร้านนี้ไปกันเยอะแล้วผมเขียนอีกก็คงจะซ้ำชาวบ้านเค้า แต่คราวนี้น่าจะไม่ซ้ำแล้วล่ะครับ  อย่างที่ทราบกันว่า Gindaco สาขาแรกของไทยเปิดที่เอสพลานาดช้นใต้ดินนะครับ ลงบันไดเลื่อนไปหันซ้ายเจอเลย ถ้าลงไปแล้วหาไม่เจอผมก็อธิบายไม่ถูกจริงๆ ผมชอบทานทาโกะยากิอยู่แล้ว ซึ่งทาโกะของ Gindaco ก็อร่อยจริงๆครับ น่าจะอร่อยที่สุดในไทยตอนนี้เลยทีเดียว เอาเป็นว่าถ้าใครชอบก็ต้องลองไปทานกันดูนะครับ

                ทีนี้มาถึง Gindaco สาขา Time Square ฮ่องกง กันบ้าง Gindaco ที่นี่ราคาแพงกว่าที่ไทยนะครับ 32 เหรียญฮ่องกง ได้ 8ลูกกับน้ำหนึ่งแก้ว ก็ราวๆ140กว่าบาท ส่วนที่ไทยนี่ประมาณ 120บาทได้ 8ลูก แต่ที่แปลกกว่าที่ไทยคือ Gindaco สาขานี้มีหน้าเพิ่มพิเศษมาด้วยครับ คือ หน้าปลาทูน่า กับ หน้าไข่ โดยเพิ่มเงิน 2เหรียญครับ หรือประมาณ 9บาท ผมสั่งหน้าทูน่ามา ก็เป็นทูน่ากับมายองเนสแล้วก็มันเป็นก้อนตามสไตล์ญี่ปุ่นครับ อร่อยดีไปอีกแบบ ส่วนหน้าไข่ผมไม่ได้ลอง เนื่องจาก ผมกับพี่สาวผมจกไปหมดและฝนมันตก กว่าจะนึกได้ว่าลืมถ่ายรูปก็สายไปเสียแล้วขออภัยจริงๆครับ แต่โดยรวมแล้วรสชาติทาโกะเหมือนของที่ไทยครับ ลูกใหญ่ กรอบนอกนุ่มใน มีปลาหมึกเป็นชิ้นๆ แล้วก็น้ำซอสกับมายองเนสที่นี่เค้าเป็นสูตรของเค้าเองนะครับ ถ้าเป็นที่ไทยจะขอเพิ่มต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มเป็นซองๆไป  นอกจานี้สาขานี้ยังมีน้ำแข็งไสราดน้ำหวานต่างๆขายด้วยนะครับ แต่ไม่ได้ลองเลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่ารสชาติเป็นยังไง แหะๆ

       ปล. ร้านที่ไทยจะเป็นร้านใหญ่มีที่นั่งให้ด้วย ส่วนของที่ฮ่องกงจะเป็นริมถนนนะครับ มีโต๊ะเหล็กให้วางยืนจิ้มกินอยู่สองโต๊ะเอง

Gindaco หน้าร้าน Gindaco หลากเมนู Gindaco น้ำแข็งไส Gindaco กำลังทำ Gindaco กำลังทำอีกรูป

     ช่วงหลังนี่ไปแถวสีลมบ่อยมั่กๆ หาร้านอาหารกินจนหมดมุข บังเอิญวันก่อน เพิ่งตื๊ดบัตรออกจาก BTS ก็สังเกตเห็นร้านอะไรแปลกๆก็เลยแวะเข้าไปดูครับ

    เข้าไปดูใกล้ๆถึงได้รู้ว่าเป็นร้านชูครีมครับ ร้านนี้คือ Flavor it ร้านนี้ถ้าลงจากBTS สีลมให้เดินมาด้านทางออกธนิยะ ตรงทางเดินเข้าออกอยู่ด้านขวามือครับเป็นร้านอยู่ตรงมุมเลย ผมชอบดีไซน์ของร้านมากๆครับ เป็นกระจกเทมเพอร์มองทะลุเข้าไปด้านในเห็นเครื่องอบ และเครื่องใส่ครีม กันจะๆ ร้านภายนอกแต่งด้วยโทนสีดำ ขลิบทองเป็นหลัก ดูดีมีชาติตระกูลมากๆ

    ร้านนี้มีชูครีมอยู่3-4 รสครับโดยที่ผมซื้อมาคือ รสวนิลา ราคาลูกละ 30บาท ซื้อหลายลูกก็30 บาท แต่อีกรสนึงคือ รสช๊อกโกแลต ราคาลูกละ 35 บาทซื้อ3ลูก 100ครับ มีลดราคาให้ด้วย ผมชอบร้านนี้ตรงที่มี Quality Controlที่สุดๆจริงๆครับ เนื่องจากเค้าจะอบตัวขนมปังไว้ก่อนแล้วพอเราสั่งถึงจะค่อยใส่ไส้ตามที่เราสั่งเข้าไปเหมือนร้านทั่วๆไป แต่ร้านนี้ครับ เค้ามีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบเวลาทำขนมน่ะครับ ที่วัดละเอียดแบบเป็นกรัมเลย ตอนแรกไส้วนิลาใส่ไส้พอมาชั่งแล้วเป็น 65 กรัมเค้าก็เอาใส่ถุง แต่พอตอนเค้าทำไส้ช๊อกโกแลตให้ผมพอเค้าบีบไส้เสร็จชั่งแล้ว ได้ 40กว่ากรัม เค้าก็บีบไส้ใส่เพิ่มให้ผมใหม่จนชั่งได้65กรัมครับ เห็นแล้วรู้สึกดีกับQCของที่นี่จริงๆ

     ด้านรสชาติ ผมกับเพื่อนเห็นพ้องกันว่า ตัวขนมปังข้างนอกอะเฉยๆ มากๆ แต่ไส้วนิลาอร่อยครับ กัดไปคำนึงครีมเปื้อนทั้งมือเลย ส่วนไส้ช๊อก นี่ผมเฉยๆ เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบทานช๊อกอยู่แล้ว ยังไงคงต้องไปลองกันเองนะครับ ร้านนี้หาไม่ยากแน่นอนเอาหัวเป็นประกัน อ่อ โดยรวมผมชอบร้านนี้มากกว่า Tokyo Chouxcreamครับ ถูกกว่าอร่อยกว่า

UPDATE: ตอนนี้สาขาที่BTS ศาลาแดงปิดบริการไปแล้วนะครับ เห็นว่าจะไปเปิดที่สยามแสควร์กับที่ตึกมหาวิทยาลัยมหิดลตรงวิภาวดีรังสิตนะครับ

You are currently browsing the archives for the ของทานเล่น คาว หวาน category.

Recent Comments

Pages