ไปเจอเวบน่าสนใจก็เลยลองทำวิดีโอดูอะครับ
ลองดูนะครับ วิจารณ์ด้วยน้า เอาภาพร้านอาหารจากหลายๆที่มารวมกันน่ะครับ เลยมั่วหลายชาติหน่อย ส่วนเพลงนี่หาเกี่ยวกับอาหารไม่ได้เลยเอาเพลง ขาหมู ถึงเนื้อเพลงจะไม่เกี่ยวเท่าไหร่แต่ชื่อเกี่ยว:P
ไปเจอเวบน่าสนใจก็เลยลองทำวิดีโอดูอะครับ
ลองดูนะครับ วิจารณ์ด้วยน้า เอาภาพร้านอาหารจากหลายๆที่มารวมกันน่ะครับ เลยมั่วหลายชาติหน่อย ส่วนเพลงนี่หาเกี่ยวกับอาหารไม่ได้เลยเอาเพลง ขาหมู ถึงเนื้อเพลงจะไม่เกี่ยวเท่าไหร่แต่ชื่อเกี่ยว:P
หายไปนานจากการที่ไม่สามารถอัพโหลดรูปได้ จริงๆตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่อะครับ อัพบางรูป4-5ทีแน่ะ แต่ก็พยายามจนสำเร็จ ตอนนี้ยังไม่ได้อัพเกรด เวอชั่นของwordpressเลย ทำไม่เป็น แหะๆ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า บังเอิญผมไปเห็นโฆษณาร้านราเมนร้านใหม่เข้า และเห็นว่าใกล้บ้านก็เลยเสร็จโจร ร้านราเมนที่ว่าคือ บาซารากะ ราเมน ครับ ผมไปนสาขาอาคารวรรณสรณ์ หรือ ตึกของ เคมี อ.อุ๊นะครับ เดินทางสะดวกโดยลงรถไฟฟ้าสถานีพญาไท แล้วเดินข้ามถนนครับ บาซารากะ ราเมน อยู่ชั้นล่างข้างๆร้าน ยำแซ่บ ครับ
ผมถูกใจป้ายหน้าร้าน บาซารากะ มากเลยครับ สีสันสดใสเตะตามากๆ ในร้านตกแต่งตามแบบญี่ปุ่นครับ ได้บรรยากาศร้านราเมนดีมากเลย ผมไปถึงตอนเที่ยงวันธรรมดา คนไม่เยอะเท่าไหร่ครับ
ผมสั่งไปสามอย่างมีชาชูเมน หมูย่างบาซารากะ และ ไข่ต้ม น้ำซุปของ บาซารากะ จะเป็นแบบทงคตสึ หรือ น้ำข้นต้มกระดูกหมู แบบที่ผมชอบพอดี ข้อดีของที่นี่คือ น้ำซุปไม่มัน เท่าของ ยามาโกยะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจืดชืดนะครับ ต้องเรียกว่าเป็นแบบ ไลท์ มากกว่า สรุปคือน้ำซุปอร่อยและซดคล่องคอดีครับ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบซุปมันๆ ชาชู ก็นุ่มและอร่อยครับ แทบไม่ต้องเคี้ยวเลยทีเดียว ใส่ไข่ต้มเข้าไปด้วย เข้ากันมากๆ ส่วนหมูย่างบาซารากะ ก็อร่อยครับ ออกแนวคอหมูย่าง ออกรสหวานนิดๆ ใช้ได้เลย
ผมถือว่า บาซารากะ ราเมนสอบผ่านมากๆครับ โดยเฉพาะราคาถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับร้านราเมนอื่นๆ คือชามละไม่ถึงร้อยบาท ไล่ตั้งแต่ ประมาณ 60- 90บาทโดยประมาณ พวกจานเคียง อย่างชาชูและเกี๊ยวซ่าก็ประมาณเดียวกันครับ ยังไงผ่านไปก็ลองทานดูนะครับ
สาขาอาคารวรรณสรณ์ ชั้น 1 โทร 02-3060877 เปิดทุกวัน 10.00 - 22.00 น.
สาขา Major-Avenue รัชโยธิน โทร 02-9301838 เปิดทุกวัน 10.00-23.00น.
ผมไม่สามารถ upload รูปได้เลยอะคับ เค้าบอกให้อัพเดท version แต่ผมยังไม่ได้อัพ เลยไม่รู้เกี่ยวป่าว ผมอัพเดทไม่เป็นด้วย - - ผู้ใดมีความรู้ช่วยสอนหน่อยนะครับ งงมั่ก นี่เลยไม่ได้เขียนร้านใหม่เลย ส่วน แผนที่ของ บ้านสวนดดินเผาก็อัพไม่ได้ เศร้า
คราวนี้ไปทานร้านอีกร้านนึงที่ได้ยินคนบอกว่าอร่อยกัน คือ บ้านสวนดินเผา สาขา ทาวน์ อิน ทาวน์ ครับ ซึ่งร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมทาวน์อินทาวน์ จากถนนรามคำแหงเลี้ยวเข้าซอยวัดเทพลีลาเลี้ยวขวาก่อนถึงถนนเลลีบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา วิ่งเลยหมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ไปหน่อยจะเห็นร้านอยู่ทางด้านขวามือนะครับ
บ้านสวนดินเผามีให้เลือกนั่งทั้งข้างในและข้างนอก แต่ตอนเที่ยงร้อนตับแล่บผมเลยไปนั่งข้างในดีกว่า ข้างนอกจะจัดเป็นสวนๆตามชื่อนะครับ สวนด้านในก็จัดบรรยากาศสบายๆ นั่งแล้วไม่อึดอัดเลยครับ
วันนี้สั่งอาหารไป 4 อย่าง มีหมูสามชั้นทอดสมุนไพร อร่อยมั่ก น้ำจิ้มที่มาด้วยแซ่บมั่ก ผมวิดหมดถ้วย แต่พอขอใหม่ กลับมาไม่เหมือนเดิม เลยงงนิดๆว่าน้ำจิ้มนี่อันไหนสูตรดั้งเดิมกันแน่ แต่ถ้วยแรกอร่อยกว่าถ้วยสองนะครับ อันถัดไปเป็นแกงเขียวหวานมะพร้าวอ่อน มะพร้าวอ่อนดีและก็หอมด้วยครับ จานนนี้ผ่าน จานที่สามเป็นซี่โครงหมูอบสัปปะรด ไม่หวานเกินและหมูก็กรอบดีด้วยครับ อร่อย สุดท้ายเป็น คั่วกลิ่งหมูไข่เค็มก็อร่อย อีกเช่นกัน ผมว่า บ้านสวนดินเผา ทำอาหารอร่อยใช้ได้เลยครับ นานๆผมจะสั่งอาหารแล้วอร่อยทุกจานยังงี้ ราคาก็ ปานกลางไม่แพงมาก ถือว่าเป็นร้านที่มาทานได้บ่อยๆเลยครับ อย่าลืมมาลองกันดูครับ
ยังไงถ้าจะไปทาน ศุกร์เสาร์ก็โทรจองโต๊ะหน่อยก็ดีนะครับ
สาขา ทาวน์ อิน ทาวน์ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30 - 23.00 น. โทร 02 530 7700 - 2
สาขา ทองหล่อ เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00 - 23.00 น. โทร 02 714 9300 - 1
ขอโทษที่หายไปนานนะครับ ยังยุ่งกับการเตรียมตัวไปเรียนมากๆเลย เหลืออีกเดือนนิดๆก็ไปแล้ว ยังไม่ได้วีซ่าเลย บิน 10 ก.ค. โน่นเลย
มาเริ่มกันเลยดีกว่า ปกติผมไม่ค่อยทานอาหารฟิวชั่นเท่าไหร่ แต่ร้านนี้พี่สาวผมชอบมากๆๆๆๆ เค้าบอกว่าทานอะไรก็อร่อย เลยต้องไปลองด้วยตัวเอง ร้านที่ว่าคือ Sonie’s ครับ
ตอนนี้ Sonie’s มีสองสาขา สาขาแรกคือ อยู่ในซ. สุขุมวิท 31 ซึ่งผมยังงงๆกับทางไปอยู่ เรื่องแผนที่ไว้ก่อนละกันนะครับ ส่วนอีกสาขา คือ ที่ ชั้นสอง J-Avenue ทองหล่อ ติดกับ Ootoya
ตอนแรกผมหา สาขาทองหล่อไม่เจอเลยขับถ่อจากทองหล่อไป สาขาแรกที่สุขุมวิท 31 ซึ่งจอดรถหน้าร้านไม่ได้ ต้องไปจอดที่จอดรถใกล้ๆแล้วเดินมาซัก3นาทีก็ถึงครับ ร้าน Sonie’s เป็นร้านเล็กๆ มีสองชั้น ชั้นแรก มีแค่สองโต๊ะ ส่วนชั้นบน ก็เล็กๆเช่นกัน มีไม่ถึง10โต๊ะ บรรยากาศก็จัดแบบกันเอง เหมือนเป็นบ้านน่ะครับ
อาหารที่ผมสั่งก็เป็นอาหารแนะนำของร้านครับ Sonie’s Sushi Pizza ขนาดเล็ก ราคา 240บาท (ใหญ่480บาท) เป็นสาหร่ายแล้วมีข้าวญี่ปุ่นข้างบนแล้วบนสุดเป็นกุ้งเทมปุระโรยด้วยปูอัดและไข่กุ้ง จิ้มโชยุๆ นิดๆอร่อยมากๆครับ คราวหน้าผมจะสั่งอันใหญ่เลย สมกับเป็นอาหารแนะนำ อีกจานที่สั่งคือ บอมบ์ เป็นเหมือนซีฟู้ดกราแตงนะครับ พวกหอยเชลและปลาหมึกเป็นหลัก ชีสและครีมเข้มข้น ยืดย้อย อันนี้ก็อร่อยดีครับ ส่วนจานสุดท้ายคือ ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปูนิ่มทอดกรอบ (จำชื่อในเมนูไม่ได้) อันนี้เฉยๆครับ รสชาติจืดไปนิด ส่วนขนมนี่ผมสั่งมาสองอย่างคือ พานาคอตต้า กับ บราวนี่ไอศกรีม สอบตกทั้งคู่ครับ แนะนำให้สั่งแต่อาหารคาวโลด
ราคาอาหารที่ Sonie’s ค่อนข้างแพงตามปกติของอาหาร ฟิวชั่นนะครับ แต่ด้วยรสชาติแล้วผมก็ยังแนะนำให้มาลองทานกันดูครับ ผมว่าจะกลับไปลองทานเมนูอื่นๆ อีก ก่อนไปเรียน
ยังไงโทรไปจองที่ก็ดีนะครับเพราะถ้าไปแล้วที่เต็มจะเสียอารมณ์ป่าวๆ
สาขา สุขุมวิท 31 โทร 02 260 8386 - 7 เปิด 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.30 น.
สาขา J-Avenue โทร. 02 185 2970 เปิด 11.00-22.30 น.
ผมรู้จัก Pepper Lunch ครั้งแรกที่สิงคโปร์ ไปเที่ยวกับครอบครัวแล้วเห็นน่าสนใจเลยเข้าไปลองทาน ปรากฎว่ามันอร่อย โดยเฉพาะ คุณพ่อผมท่านชอบมาก แอบคิดกันเล่นๆว่าอยากเอาเข้ามาทำในไทย แต่ติดที่ว่ากลัวมันจะแพงแล้วคนไทยไม่ทาน ต้องยอมรับครับ ว่าผม “คิดผิด”
หลายเดือนก่อนผมเดินเล่นที่ Central World เห็นป้ายเหลืองๆ โลโก้คุ้นๆ เลยรีบบอกคุณพ่อว่า Pepper Lunch มาเปิดในไทยแล้ว คราวนี้ Central Restaurant Group เป็นผู้นำเข้ามาครับ เลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงทุนหนาขนาดนี้ เพราะพื้นที่ใหญ่มาก และตั้งอยู่บนชั้น 6 ตรงข้ามกับ KFC ซึ่งเป็นชั้นที่ค่าเช่าแพงที่สุดแล้ว
Pepper Lunch เป็นร้านที่มีคอนเซปต์ D.I.Y. (Do It Yourself) หรือให้ทำกันเองครับ อาหารเกือบทุกประเภทจะเสริฟมาในกระทะเหล็กซึ่งถูกเผาให้มีความร้อนสูงมาก ดังนั้นเวลาทานให้ระวังตัวเองและเด็กๆเอามือไปโดนนะครับ เวลาพนักงานมาเสริฟจะให้เค้าสอนแล้วทำเอง หรือ ให้เค้าทำให้เลยก็ได้ครับ โดยเค้าจะเสริฟ เนื้อสดๆโปะด้วย ซอสครีมสูตรลับ พร้อมผัก วิธีทำก็ให้พลิกด้านเนื้อก่อนนะครับ แล้วค่อยไปทำผักให้สุกทีหลัง ไม่งั้นถ้ากระทะหายร้อนเดี๋ยวเนื้อจะไม่สุกเอา
ราคาอาหารของ Pepper Lunch เริ่มต้นที่ชุดละ 120 บาทไปจนถึง ชุดละราวๆ 400บาท ชุดที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือ ชุดข้าวเนื้อผัดผงกะหรี่เพิ่มชีสซึ่งหอมเครื่องเทศพร้อมกับชีสเยิ้มๆอร่อยมากๆครับ แฮมเบิกเสต็กพร้อมไข่ซึ่งเป็นเมนูที่ร้านในไทยไม่ค่อยมีครับผมเห็นมาไม่เกิน5ร้านที่ขายแฮมเบิกเสต็ก และ สุดท้ายเสต็กชิโมฟูริซึ่งแพงแต่ว่าก็อร่อยสมราคาครับ เนื้อเค้าดีจริงๆ
เมนูเนื้อแต่ละเมนูสามารถเพิ่มไข่ได้ ส่วนเมนูข้าวทุกเมนูสามารถเพิ่มชีสได้ครับ ส่วนน้ำถ้ากลัวเลี่ยนก็สั่งชาเขียวก็ได้ครับ ตัวร้านเปิดเวลาตามห้างนะครับ หาไม่ยากเลย ถ้าใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ไปดูเวบได้นะครับ http://www.pepperlunch.com.sg/
แนะนำนิดนึงว่าอย่าหน้ามืดสั่งมาพร้อมกันทีละเยอะๆนะครับเพราะจะทำไม่ทัน ค่อยๆสั่งดีกว่าครับเพราะเค้าใช้เวลาในการเตรียมแล้วยกมาให้เรานิดเดียวเอง ขอให้สนุกกับการกินครับ
ปล. ช่วยกันกดดาวตรงข้างล่างโพสท์หน่อยนะครับ ผลที่ได้มันจะออกมาเป็นค่าเฉลี่ยจะได้รู้ว่าร้านไหนคนชอบไม่ชอบน่ะครับ ขอบคุณครับ
กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง มิตรรักนักกินทั้งหลาย หลังจากไปบวช และไปแรดที่ญี่ปุ่นมา ตอนนี้กลับมา เขียนได้อย่างเดิมแล้วครับ
ผมไปบวชที่วัดมาบจันทร์ (www.watmarpchan.org) ซึ่งเป็นวัดสายหนองป่าพง ของ ท่านหลวงปู่ชา ครับ โดยมี ท่านพระอาจารย์ อนันต์ อกิญจโน เป็นเจ้าอาวาส สิ่งที่ผมได้จากการไปบวชนะครับ
1 ได้เข้าใจถึงความเป็นพระ มากขึ้น มีหลายๆสิ่ง หลายๆอย่างที่เราชาวพุทธ นึกว่ารู้ดีแล้ว แต่ถ้าไม่ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ไม่มีทางรู้เลยครับ สำหรับ พุทธศาสนิกชนชาวไทยแล้ว ถ้าเป็นผู้ชาย สมควรบวชซักครั้งเป็นอย่างยิ่งครับ อย่างน้อยจะได้มีเวลาสงบอยู่กับ ตัวเองบ้าง ถ้าเป็นผู้หญิง ก็ลองไป ปฏิบัติธรรมได้นะครับ ทางวัด มีที่พักสำหรับ โยม แยกเป็นสัดส่วน
2 นั่งสมาธิ ได้นานและดีขึ้น แต่ก่อนผมนั่ง 10นาทีก็จะตายแล้ว ไปที่วัด ด้วยการแนะนำของท่านครูบาอาจารย์และ บรรยากาศที่สงบผมนั่งได้ 30นาที หรือ เกือบ 1ชมเลยครับ
3 ได้รู้จัก คนมากมาย พระที่ไปบวชที่วัดมาบจันทร์ มีความหลากหลายมาก มีพระชาวต่างชาตินับสิบรูป
4 ได้ทราบว่า ศาสนาจะอยู่ไม่ได้ หากขาด พุทธศาสนิกชนที่ดี ดังนั้นเรามาช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาเถอะครับ เราโชคดีมากแล้วที่เกิดมาในประเทศไทย ประเทศที่พระพุทธศาสนาเจริญสูงสุด
นอกจาก ที่ผมบอกไปข้างต้นยังมีสิ่งที่ผมได้อีกมากมาย อยากให้ลองไปดูด้วตัวเองมากกว่าครับ ที่สำคัญได้ลด นน. กันด้วยนะครับ ผมไป อยู่3 อาทิตย์ (ผมสึกก่อนกำหนดเพราะต้องทำเรื่องเรียนต่อครับ) นน. ลงไป 5กก.
กิจวัตร ประจำวัน
3.45 น. ระฆังดัง สรงน้ำ ไปนั่งสมาธิ รอทำวัดเช้า
5.00น. ทำวัดเช้า
5.45น. เตรียมตัวออกบิณฑบาต
ราวๆ 7.30น. กลับจากบิณฑบาต จัดแยกอาหาร รับประเคนโยม ที่มาถวายอาหารที่วัด
ราวๆ 8.45 -9.30น. ฉันอาหาร ล้างบาตร ทำกิจของสงฆ์
9.30น.-14.00น. เวลาปฏิบัตรธรรม ส่วนตัว
14.00น.-15.00น. นั่งสมาธิ
15.00น.-17.00น. ทำกิจส่วนรวม กวาดลานวัด ขัดห้องน้ำ ทำความสะอาดโบสถ์
17.00น.-19.00น. ฉันน้ำปานะ ทำกิจส่วนตัว
19.00น.-ราวๆ 21.30 หรือ 22.00น. นั่งสมาธิ ทำวัดเย็น
22.00น. จำวัด
วันบวชตอนก้มกราบขอขมาคุณพ่อคุณแม่ น้ำตาผมไหลอย่างห้ามไม่ได้จริงๆ พูดแทบไม่เป็นภาษา เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่เชื่อผมเถอะครับ คนที่มีความสุขที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ เกิดเป็นชายไทยทั้งที ทำเพื่อท่านสักครั้งเถิดนะครับ ไปบวชกันเถอะ เดี๋ยวช่วงเดือน มิย ก่อนผมไปเรียนจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดอีกรอบ อาจจะได้เจอกันก็ได้ครับ
ปล. อานิสงส์ การทำดีมันเห็นผลทันตาจริงๆนะครับ ช่วงที่ผมบวชอยู่ มีการประกาศผลจากมหาวิทยาลัย ซึ่งผมได้รับการตอบรับเข้าเรียนจาก Harvard Business School (Harvard University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในฝันของผมเลย ดังนั้น เริ่มทำดีกันเถอะครับ
สวัสดีคร๊าบ กลับมาแล้วคร๊าบ ไว้ทักทายกันpost หน้าดีกว่า ตอนนี้มาเริ่มกันเลยครับ
เนื่องจากผมเที่ยวค่อนข้างบ่อยตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหาอะไรกระแทกปากหลังจากเมาเป็นแมวกับเพื่อนๆ การได้ซดอะไรร้อนๆนี่มันช่วยให้สร่างเมาได้มากเลยครับ หนึ่งในร้านที่พวกผมไปกันบ่อยก็คือ ก๋วยเตี๋ยวไข่เอกมัย
ก๋วยเตี๋ยวไข่เอกมัย เป็นรถกระบะสีแดงๆ ตั้งอยู่ปากทาง เอกมัย ซ. 19 เยื้องๆกับ 7-11 ผมไม่ทราบเวลาเปิดที่แน่นอน แต่ว่าประมาณหัวค่ำๆ ก็เปิดแล้วครับ แล้วก็ปิดกี่โมงก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่อย่างน้อย ตี3 นี่ยังไม่ปิดแน่นอน
รายการประจำของผมก็คือ เล็กน้ำเกี๊ยวใส่ไข่ แล้วก็สั่งน้ำซุปมาซดแยกอีกซักชาม ทานเสร็จก็สร่างเมาพอดี ไข่ต้มร้านนี้ต้มแบบข้างในยังมียางอยู่ครับ ไม่สุกจนเกินไป น้ำซุปก็เยี่ยม เป็นที่ที่พวกผมฝากท้องกันเป็นประจำเลย สนนราคาล่าสุดที่ผมไปทานคือ ชามละ35 บาท ใส่ไข่ 40บาท แล้วก็น้ำซุปชามละ 15 บาทครับ
ก๋วยเตี๋ยวไข่เอกมัย จะคนเยอะมากช่วงหลังตี2เพราะนักเที่ยวมาทานกันเยอะ และทางร้านทำอาหารค่อนข้างช้ามาก มาถึงตี 2 นี่กว่าจะกินเสร็จต้องมี ตี 3 ดังนั้นถ้าอยากลองทานแนะนำให้ไปทานช่วงหัวค่ำจะดีกว่าครับ คนน้อย รอไม่นานมากครับ
วันนี้เข้ามาแวะกินอาหารไต้หวันครับ ร้าน Demi อยู่กลางสุขุมวิท 49 ร้านนี้คนกินเป็นไต้หวัน เพียบ บวกกับญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ไกล้เคียงหน่อย คนไทยไม่ค่อยมีหลุดเข้าไปกินเท่าไหร่ ผมพอดีพี่ที่ออฟฟิสเคยแนะนำมา เลยแว้บเข้ามากินร้านนี้มาหลายรอบแล้ว ถ้าถามผม ผมว่าร้านนี้อาหารอร่อยครับ เสียอย่างเดียว อาหารที่นี่มันไปหน่อย อาหารที่ผมแนะนำ แพะตุ๋นอุด้ง ข้าวหน้าหมูพะโล้ ข้าวหมูแดง ถ้ามากินกลางวัน ก่อนบ่ายสาม จะมีเป็นเซ็ทอาหาร มี ซุป ให้ กับ ขนม ด้วยครับ
วันนี้ที่ผมกินผมสั่ง ข้าวหน้าหมูพะโล้ ที่เผ็ดๆมัน มีไข่มาให้ด้วยครึ่งลูก มี ซุปผักให้มาด้วย แล้วก็มีผักชนิดหนึ่งให้มาในถ้วยเล็กๆกับเต้าหู้ เคี้ยวกรุปๆอร่อยดี ถามคนในร้านเค้าก็บอกไม่รู้ชื่อไทย คือรู้สึกจะนำเข้ามาจากไต้หวัน เซ็ทนี้เสิร์ฟกับน้ำชา แล้วก็ขนม ที่เป็น ไข่มุกกับน้ำแข็งโรยน้ำตาลทรายแดงครับ โคตรรรรอร่อย หิหิหิ สั่งทั้งเซ็ท หมดไป 120 บาทเอง
ร้านนี้หาไม่ยากครับ วิ่งเข้ามาในซอยสุขุมวิท 49 ก่อนถึงทางแยกนะครับ ร้านอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายสีเหลืองเห็นชัด ที่จอดรถก็จอดหน้าร้านครับ เห็นข้อมูลร้านบอกเปิด 11.00 - 22.00 แต่ผมเคยผ่านไปตอนสามทุ่มกว่าๆบางทีเค้าก็ปิดแล้วนะครับ ลองโทรเช็คดู 02-662-6485, 02-662-6486
ร้านกลางซอย เป็นร้านเก่าแก่กลางสุขุมวิทที่เป็นที่รู้จักกันดีครับ ร้านนี้เป็นที่พึ่งทางท้องของผมผู้อยู่กรุงเทพคนเดียวมานานเป็นสิบปีแล้วครับ พอดีร้านนี้อยู่ใกล้ห้องพักของผมพอดี มีที่จอดรถให้ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง วันนี้พอดีแว้บไปทานอาหารเที่ยงมาเลยแวะมา up กินกระจุย หน่อย
วันนี้ผมสั่ง ก๋วยเตี่ยววังแดง ซึ่งก็คือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ของที่อื่นนั่นเอง อร่อยครับ เป็นก้วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ มีรสเผ็ดบ้าง ใส่ ปลาหมึก ไก่ ขิง แป้งทอดกรอบๆ(คาดเดาจากรสชาติและการเคี้ยว) แล้วก็ สั่ง กระทงทองไก่ อร่อยเหมือนเดิมครับ แป้งกรอบๆ ครึมมันๆ กินเพลินมาก มีอยู่แปดอัน ผมฟาดเรียบคนเดียว แนะนำเลยครับ แล้วก็สั่งซุบไก่น้ำใส ตบท้ายด้วยเต้าฮวยฟรุตสลัด ที่ผมรู้สึกว่าเต้าฮวยมันให้น้อยไปหน่อย(แต่ก็อร่อยดี) ช่วงนี้ของว่างอื่นเค้ามีน้อยครับ เพราะเห็นว่ามีเมนูข้าวแช่ที่ทำให้ทางร้านค่อนข้างวุ่นวาย อ้อสำหรับเครื่องดื่มผมสั่งน้ำมะขามครับ
อ้อ อีกอย่างนึงที่ผมชอบเกี่ยวกับร้านนี้ เค้ามีปุ่มกดเรียกพนักงานประจำโต๊ะ สำหรับ สั่งอาหาร เครื่องดื่ม และ เก็บเงินครับ ชอบครับที่ไม่ต้องตะโกนเวลาคนเค้าเยอะ หิหิ
สรุปวันนี้กินไปเยอะเหมือนกัน ก็หมดไป 280 บาทครับ รู้สึกว่าไม่แพง ถ้าเทียบกับร้านแถวๆสุขุมวิทนี้
ร้านนี้เปิดเจ็ดวันครับ จันทร์ ถึง อาทิตย์ แต่วันอาทิตย์รู้สึกจะไม่เปิดขายมื้อเย็นครับ ร้านนี้หาไม่ยากถ้าเข้ามาในซอยสุขุมวิท49 ขับเลยโรงพยาบาล สมิติเวช แล้วจะเห็นร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือเลยครับ